จำนวนการดูหน้าเว็บรวม

ขับเคลื่อนโดย Blogger.

ค้นหาบล็อกนี้

วันพุธที่ 6 สิงหาคม พ.ศ. 2557

การพัฒนาแบบฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน วิชาภาษาอังกฤษ 5 (อ23101) โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ใช้เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ชื่อเรื่อง       การพัฒนาแบบฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน 
                วิชาภาษาอังกฤษ 5 (อ23101) โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ใช้เทคนิค STAD 
                 สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3
ผู้วิจัย         นายเชี่ยวชาญ  ภาระวงค์
สถานศึกษา  โรงเรียนวังกระแสวิทยาคม  ตำบลบ้านผึ้ง  อำเภอเมืองนครพนม  จังหวัดนครพนม
ปีที่รายงาน   2557


บทคัดย่อ


             การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายเพื่อ 1)  พัฒนาแบบฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเพื่อพัฒนาทักษะการเขียน วิชาภาษาอังกฤษ 5  (อ23101) โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ใช้เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของผู้เรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน โดยใช้แบบฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน วิชาภาษาอังกฤษ 5  (อ23101) โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ใช้เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3  3) ศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน วิชาภาษาอังกฤษ 5  (อ23101) โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ใช้เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 และ4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน วิชาภาษาอังกฤษ 5 (อ23101) โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ใช้เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้  จำนวน  28  คน ได้มาโดยวิธีสุ่มอย่างง่าย  (Simple Random Sampling) โดยใช้หน่วยห้องเรียนเป็นหน่วยการสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ 1)  แบบฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ จำนวน 5 ชุด 2)  แผนการจัดการเรียนรู้  จำนวน  5 แผนการจัดการเรียนรู้ 3)  แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนวิชาภาษาอังกฤษ  จำนวน 40 ข้อ ที่มีค่าอำนาจจำแนก (B) ตั้งแต่ 0.35 ถึง 0.95 ค่าความยาก (P) ตั้งแต่ 0.35 ถึง 0.95 มีค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับเท่ากับ .96 และ 4)  แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน ดำเนินการวิจัยใช้แบบแผนการทดลอง  One  Group Pretest – Posttest  Design  สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t – test  (Dependent  Samples)

ผลการวิจัยพบว่า

          1.  แบบฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน วิชาภาษาอังกฤษ 5 (อ23101) โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ใช้เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ  83.19/84.82 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้
            2.  ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนโดยแบบฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ  เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน วิชาภาษาอังกฤษ 5 (อ23101) โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ ใช้เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
           3.  ดัชนีประสิทธิผลของการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน วิชาภาษาอังกฤษ 5 (อ23101) โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ใช้เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีค่าดัชนีประสิทธิผลเท่ากับ 0.7002 แสดงว่านักเรียนมีความรู้เพิ่มขึ้นร้อยละ 70.02
          4.  นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการเรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะไวยากรณ์ภาษาอังกฤษ เพื่อพัฒนาทักษะการเขียน วิชาภาษาอังกฤษ 5  (อ23101) โดยวิธีการเรียนรู้แบบร่วมมือกันเรียนรู้ ใช้เทคนิค STAD สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 อยู่ในระดับมาก